san

ประวัติสมาคมฯ

เรียน สมาชิกทุกท่าน

ความคิดเริ่มในการจัดตั้งสมาคมศัลยกรรมและเวชศาสตร์เพื่อการเสริมสวยประเทศไทย

ผมเริ่มหันมาทำงานด้านศัลยกรรมเพื่อความงาม (AESTHETIC SURGERY) อย่างจริงจังเมื่อตอนที่ผมกลับจากญี่ปุ่น พ.ศ. 2515 ในช่วงปี 2515-2520 เป็นช่วงที่ผมได้นำเอาพื้นฐานความรู้และประสบการณ์บวกกับเทคนิคของแพทย์ชาว ญี่ปุ่นบางท่านมาผสมผสานกันมี DR.YUKYO SHIRAKABE , DR. OMORI, DR. TAKASU, DR. FUMIO UMEZWA, DR. KUBO, DR. MORIKAWA, DR. YASUMI, DR. EZAKI, DR. NAGAMURA และคนที่สำคัญที่สุดคือ DR. INOKUMA ซึ่งเป็นผู้ที่มีกลเม็ดทางเทคนิคที่ดีมีพรสวรรค์ในด้านงานฝีมือผ่าตัดมากและ เป็นผู้ยอมเปิดเผยวิธีการที่ท่านค้นพบให้ไม่ปิดบัง ผมได้นำเอาส่วนดีของท่านแพทย์ที่กล่าวนามมานั้นมาผสมผสานเข้ากับประสบการณ์ และวิธีการที่ผมคิดขึ้นเองว่าน่าจะได้ผลดีนำมาใช้กับคนไข้ของผมจนกระทั่งผม สามารถได้เทคนิคและวิธีการในรายละเอียดของการผ่าตัดที่เป็นเฉพาะตัวของตัว เองขึ้น ผมได้นำเอาผลงานที่ผม MODIFIED ใหม่ไปเข้าร่วมสัมมนากับทางสมาคม JAPAN SOCIETY OF AESTHETIC SURGERY เสมอๆ เกือบทุกปี จนเขารับผมเข้าเป็น EXECUTIVE MEMBERS ของเขาต่อมาปี พ.ศ. 2523 (ค.ศ. 1980) โดยการนำของ DR. FUMIO UMEZAWA ในฐานะนายกสมาคม JAPAN SOCIETY OF AESTHETIC SURGERY ร่วมกับ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งเพื่อความงามฝรั่งเศสและอิตาลีได้ก่อตั้ง INTERNATIONAL SOCIETY OF AESTHETIC SURGERY ขึ้นและได้เชิญกลุ่มประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่มีสมาคมศัลยกรรมเพื่อความงามมาเป็นสมาชิกซึ่งก็มีหลายประเทศจากทั่วโลกตอบรับและมี DR. FUMIO UMEZAWA เป็นนายกสมาคมผู้ก่อตั้ง ในปีแรกนั้นเท่าที่จำได้มีสมาคมศัลยกรรมเพื่อความงามจากประเทศ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์มาเลเซีย ออสเตรเลียอังกฤษ สหรัฐอเมริกา บราซิล เยอรมัน สิงค์โปร ฮ่องกง ไต้หวัน เข้าร่วมเป็นสมาชิก สำหรับประเทศไทยนั้น DR. FUMIO ได้แนะนำให้ผมกลับไปจัดตั้งสมาคมศัลยกรรมเพื่อความงามขึ้น แล้วมาเข้าร่วมเป็นสมาชิกด้วย ขณะนั้นผมเป็นสมาชิกคนหนึ่งของ INTERNATIONAL SOCIETY OF AESTHETIC SURGERY ลอยๆ โดยไม่มีสังกัดสมาคมของประเทศตัวเองเป็นสมาชิก ผมรับปากทั้งๆ ที่ยังมองไม่เห็นทางเพราะผมทำงาน MONOPOLY มาตลอด แต่จะอย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของความคิดริเริ่มที่จะจัดตั้งสมาคม ศัลยกรรมเพื่อความงามประเทศไทยขึ้น

ในปี พ.ศ. 2524 (ค.ศ.1981) เป็นปีแรกที่สมาคม INTERNATIONAL SOCIETY OF AESTHETIC SURGERY ได้จัดให้มีขึ้นที่ TOKYO ประเทศญี่ปุ่น ผมในฐานะสมาชิกร่วมก่อตั้ง (แต่ไม่มีสมาคมของประเทศตัวเองสังกัด) เข้าร่วมในนามของสมาชิก JAPAN SOCIETY OF AESTHETIC SURGERY ได้นำเสนอ PAPER เข้าไป 2 PAPERS ถึงวันก่อนประชุมผมก็เดินทางไปร่วมโดยชวนคุณหมอ บุญเลี้ยง อุกกฤษณ์ ร่วมเดินทางไปด้วย การสัมมนาครั้งนี้ได้รับความสำเร็จอย่างสูง ผมได้นำเอาผลงานที่ผมคิดค้นดัดแปลงไปเสนอต่อที่ประชุมขอคุยว่า 2 PAPERS ที่ผมเสนอทำให้สมาชิกทั้งหมดได้รู้จักประเทศไทยเราดียิ่งขึ้น ในช่วงพักประชุมผมถูกรุมเชิญจากสมาชิกขอเลี้ยงแสดงความยินดีจนรับแทบไม่ไหว สมาชิกอาวุโสบางท่าน ถึงกับเข้ามาขอเช็คแฮนด์และกล่าวกับผมว่า CONGRATULATION PROFESSOR เล่นเอาผมเขินไปเลย ซึ่งคุณหมอบุญลี้ยงเองก็คงจะได้เห็นแล้วว่าการจัดสัมมนาทางวิชาการด้าน ศัลยกรรมเพื่อความงามนี้ให้ประโยชน์ต่อสมาชิกอย่างมหาศาลจึงเปรยกับผม ในระหว่างเดินทางกลับว่า เราน่าจะมีสมาคมศัลยกรรมเพื่อความงามของเราไปร่วมเป็นสมาชิกเขาด้วย ซึ่งก็เข้าสู่ความคิดเริ่มต้นของผมพอดี ผมเองขอเรียนตามตรงว่าความจำเป็นที่จะพึ่งพาอาศัยสมาคมเพื่อเป็นบันได ก้าวไปนั้นไม่มี แต่กลุ่มเพื่อนแพทย์ที่หันมาทำทางด้านนี้ใหม่ๆ สมควรที่จะมีการรวมกลุ่มเพื่อความมั่นคงและยกระดับฐานะของกลุ่มให้สูงขึ้น เพื่อจะเป็นที่ยอมรับของวงการทั่วไปยิ่งๆขึ้น และในช่วงหลังปี 2524 เป็นต้นมา ผมได้มีโอกาสคุยกับ คุณหยาดศิลป์ รามสูต หลายต่อหลายครั้ง (คุณหยาดศิลป์ เป็นผู้ขายอุปกรณ์ของใช้ทางการแพทย์ที่ใช้สำหรับศัลยกรรมตกแต่ง) ถึงเรื่องการก่อตั้งสมาคมฯ และคุณหยาดศิลป์เองก็เคยนำเพื่อนแพทย์ที่หันมาสนใจทางด้าน AESTHETIC SURGERY มาฝากขอดูงานจากผมซึ่งผมเองก็ยินดีให้ดู จนกระทั่งปี 2528 ได้มี THE SECOND INTERNATIONAL CONGRESS OF AESTHETIC SURGERY ที่ TOKYO ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้งและคุณหยาดศิลป์เป็นผู้เป็นตัวตั้งตัวตี ในการจัดนำกลุ่มแพทย์ที่สนใจทางด้านนี้เข้าร่วมประชุมด้วยซึ่งนับเป็นครั้ง แรกที่มีแพทย์ไทยเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ประมาณ 20 คน ผมได้ทราบข่าวก่อนเดินทางไปประชุมด้วยความยินดีและเห็นว่าคงเป็นโอกาสอันดี ที่น่าจะเสนอให้กลุ่มแพทย์กลุ่มนี้มาร่วมจัดตั้งสมาคมศัลยกรรมเพื่อความงามของประเทศไทยขึ้น ผมกับคุณหยาดศิลป์จึงได้นัดแนะเตรียมการโดยถือเอาโอกาสที่เดินทางไปญี่ปุ่น ได้รวมกลุ่มกันเป็นการประชุมวางแผนกัน ผมเองก็ได้เตรียมเอกสารร่างระเบียบการเพื่อเป็นแนวทางไว้สำหรับเวลาประชุมจะ ได้กระชับขึ้น ผมมีเจตนาบริสุทธิ์โดยมิได้คิดหรือหวังอะไรจากการก่อตั้งสมาคมฯ เคยมีคนทักท้วงว่าสิ่งที่ผมจะทำนี้สำหรับตัวผมเองไม่มีอะไรดีขึ้นมีแต่เสีย กับเสีย ซึ่งผมเองก็ถือว่าผมเจตนาบริสุทธิ์เสียอย่างจึงมิได้แคร์อะไร เมื่อไปถึงญี่ปุ่นวันแรกหลังจากได้ลงทะเบียนกันแล้ว บริษัททัวร์ก็ได้จัดเลี้ยงอาหารค่ำ และได้จัดห้องหับให้ประชุมตามที่ได้ขอร้องไว้ ซึ่งเราได้ใช้เป็นที่ปรึกษาหารือกันหลังอาหารแม้ว่าการคุยกันในคืนนั้นจะยัง ไม่ได้เรื่องอะไรก็ตามแต่สิ่งที่ผมได้รับมามันช่างเหมือนกับที่มีผู้ทักท้วง ไว้จริงๆ ผมถึงกับตัดสินใจจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกต่อไปถ้าหากไม่ใช่คำพูดของ หมอพิศิษฐ์ที่บอกว่า ” พี่สัณห์เค้าอยู่ระดับไหน เขาไม่จำเป็นจะต้องมาพึ่งพาอาศัยสมาคม ฯ เพื่อเป็นฐานหรอก ” ทำให้ผมคิดว่ายังมีท่านที่รู้จักและเข้าใจผมดีอยู่คำที่ว่า “คนทำดีหรือทำเด่นมักเป็นภัย” มันช่างใช้ได้ทุกวงการทุกสถานที่และทุกเวลาแต่ก็ช่างเถอะผมเพียงหวังว่าทำ เพื่อเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์และให้บรรลุเป้าหมายเพื่อมิให้ DR. FUMIO UMEZAWA ผิดหวังและนี่คือที่มาแห่งการเริ่มตั้งสมาคมฯขึ้น

 

 image1 (1)

นายแพทย์สัณห์ ศัลยสิริ

ผู้ก่อตั้งและประธานที่ปรึกษาสมาคมฯ